วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ประสบการณ์สอบเข้าป.โท นิติศาสตร์ นิด้า (Nida)

การสอบเข้าปริญญาโท นิติศาสตร์ นิด้า (Nida) 9 เม.ย. 2559

หลังจากห่างหายไปจากสนามสอบเข้าป.โทมานาน เพราะเราหนีไปสอบเนติ สอบตั๋ว ทำงานนั่นโน้นนี่มากมาย รอบนี้เพิ่งมีโอกาสกลับมาลองสอบ
นิด้าจะเปิดรับสมัคร 4 รอบ โดยเปิดรอบแรกประมาณธันวาคม – มกราคม ซึ่งการสอบเข้านิติศาสตร์ ต้องสอบวิชาเฉพาะ4 และภาษาอังกฤษ


วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ประสบการณ์การสอบเข้าป.โท กฎหมายธุรกิจ ม.รามคำแหง

การสอบเข้าปริญญาโท กฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 14 มี.ค. 2558
         
หลายๆคน โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเรียนจบป.ตรี ทางกฎหมายมาหมาดๆ คงจะรู้สึกสับสนว่าการสอบเข้าปริญญาโทเป็นอย่างไร ต่างจากการสอบในระดับป.ตรี หรือเนติฯ หรือไม่ อย่างไร
เราเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ จึงรวบรวมประสบการณ์แล้วนำมาเขียนไว้ในนี้ เพื่อให้ทุกคนที่ต้องการหาข้อมูลก่อนไปสอบ พอมีข้อมูลเป็นแนวทางนะคะ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยหาข้อมูลมาบ้างเหมือนกัน ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็จะพยายามแบ่งปันที่เจอมานะคะ สู้ๆนะคะทุกคน ^_^
ข้อสอบเข้าป.โทจะเน้นออกเป็นทฤษฎีล้วนๆ การนำมาประยุกต์ใช้ ความเข้าใจหลักกฎหมายนั้นๆ สรุปคือทฤษฎีต้องแน่นพอสมควร...แต่ถึงจะว่าอย่างนั้น เราก็ไม่แน่นนะ อ่านคืน 2 คืนก่อนสอบเท่านั้นเอง Orz

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ช่วงชีวิตของคุณอยู่ตรงไหน?

เมื่อคืนนี้ช่วงรุ่งสาง (ช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2557) ฝันแปลกมาก....

ในฝัน เรายืนอยู่ในห้องประชุมอะไรซักอย่างที่ใหญ่มาก เป็นห้องประชุมที่เป็นทางลาดบันไดเป็นขั้นๆ ที่ลาดลงไปสุดลูกหูลูกตา ระหว่างกำลังมองไปรอบๆ ก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดใจความว่า
"จงเดินไปจนกว่าจะถึงช่วงชีวิตของคุณตอนนี้"...

หลังจากนั้นจึงสังเกตเห็นว่าบันไดแต่ละขั้นที่ลาดลงไป แต่ละลำดับขั้นแทนอายุ /การศึกษา ขั้นบนสุดคืออนุบาล1 ไล่ทางลาดลงไปเรื่อยๆ...อ.2...อ.3....ป.1 เทอม1...ป.1เทอม2...ไล่ไปเรื่อยๆสุดสายตา แถมยังมีรูปปั้นแทนช่วงชีวิตดังกล่าวอีก

...เราก็ค่อยๆก้าวลงไปทีล่ะขั้นอย่างไม่รีบเร่ง ออกจะช้าเสียด้วยซ้ำ ก้าวมาซักพัก จึงเริ่มดื่มด่ำกับความทรงจำเล็กๆของช่วงชีวิตที่ย้ำผ่านไป มันเหมือนภาพที่เพียงแค่แล่นผ่านในความทรงจำเท่านั้น แต่ก็ดื่มด่ำไม่ได้นานนักหรอก เพราะ...เราไม่ได้เดินอยู่คนเดียว!

มีคนอื่นมากมายที่เราไม่รู้จักกำลังเดินลงบันไดเหมือนกัน แต่แต่ละคนกลับเดินต่างกันออกไป บางคนรีบเร่ง รีบมากจนที่สุดก็ออกวิ่ง บางคนค่อยๆคืบคลานอย่างกล้าๆกลัวๆ บางคนวิตกกังวลว่าจะก้าวต่อไปดีไหม...มีหลายครั้งที่เราพบว่าเราเผลอเดินข้าม หรือบางทีอาจเหยียบใครบางคนที่ล้มคว่ำหน้าไปตามขั้นบันได แต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่เดินลงมาเรื่อยๆ ไม่! แม้แต่หันหลังกลับไป

จนกระทั่งจุดๆหนึ่ง(รู้สึกนานมากๆ) "เมื่อไหร่จะถึงนะ?" คำถามผุดขึ้น (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะอยู่ประมาณม.ต้น) "เมื่อไหร่จะสุดซักทีฟระ?" ...ในที่สุดอารมณ์สงบนิ่งก็ทนไม่ไหว อ่ะ วิ่งไปจนถึงที่สุดแล้วกัน ไม่ดงไม่ดูช่วงชีวิตแล้ว แล้วก็วิ่งลงบันไดไป ผ่านช่วงชีวิตแล้วช่วงชีวิตเล่า ก็ยังไม่สุดซักที จนในที่สุดก็เห็นทางเรียบที่ตรงสุดของทางลาด

ทว่า...เมื่อมาถึง มันกลับไม่ใช่ที่สุดจริงๆ นี่มันเหมือนเป็นที่พักของโซนแรกเท่านั้นเอง!
ตอนนั้นจำได้ว่า เหนื่อยยยยยยยย และเป็นครั้งแรกที่หันหลังกลับไปดู พบว่า โอ้โห อะไรวะนั่น ทำไมมันสูงขนาดนั้น! มันสูงเหมือนอยู่ก้นเขาแล้วมองย้อนขึ้นไปน่ะ....

พอเลื่อนสายตาไปที่รูปปั้นที่แสดงลำดับช่วงชีวิต ตรงนั้น ระบุประมาณ 26-28 ทำงาน (จำไม่ได้ว่าเลขไหนแน่) รูปปั้นแสดงตัวคนกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าที่เอาจริงเอาจังกับชีวิต แล้วสายตาก็ค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ  รูปปั้นก็จะแสดงสีหน้าท่าทางที่ต่างกันออกไป ประหนึ่งว่าเรากำลังมองย้อนกลับไปจากมุมในอนาคต(แอบปลงและอึ้งเล็กน้อยนะตอนนั้น)

เราค่อยๆก้าวขึ้นบันไดย้อนกลับไปทีละก้าว สายตาก็ยังคงมองแต่รูปปั้นที่แสดงสีหน้าท่าทางต่างๆกันเหล่านั้น จนกระทั่งมองเห็นรูปปั้นปี4 เทอม2...เราก็มองย้อนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว รูปปั้นพวกนั้น พูดง่ายๆว่า ฮาาาา ไม่เข้าใจว่ารูปปั้นตัวนึงทำไมถึงเป็นตัวที่เอาไม้บรรทัดกับปากกามาทำเป็นเครื่องบินแล้วทำท่าร่อนไปมา 55555

แต่สุดท้ายสมองก็พลันคิดได้ว่า "ช่วงชีวิตเราอยู่ตรงไหน?" เราค่อยๆเยื้องย่างไปช้าๆ ยืนอยู่ระหว่างรูปปั้นเรียนจบรับปริญญา กับ ขั้นอันติดกันนี่อะไรซักอย่าง ไม่แน่ใจ (คิดว่าน่าจะเป็นป.โท) ซึ่งจิตตอนนั้นบอกเราว่าไม่ใช่ มันยังไม่ถึงขั้นนั้น (ไม่มีขั้นตั๋วทนายกับเนตินะเออ)
เราจึงเดินไปนั่งที่ขั้น'เรียนจบรับปริญญา' ที่นั่งก็เป็นโต๊ะยาวๆที่ต้องนั่งติดๆกัน เราได้นั่งอยู่หัวแถวริมทางเดินพอดี นั่งติดกับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้จักและก็ไม่มีใครสนใจกันเลย

ระหว่างนั่งเหลียวซ้ายแลขวา มองไปทั่วๆอย่างสับสนงุนงง ก็สังเกตเห็นน้องผู้หญิง2คน คนนึงใส่ชุดนร.ม.ปลาย อีกคนม.ต้น เดินจูงมือกันมาทำท่าสับสนหลงทิศ พี่ม.ปลายก็บอกน้องม.ต้นว่า น่าจะเป็นขั้นนี้แหละ (ขั้นที่เรานั่งอยู่) ในใจตอนนั้นก็คิดแค่ว่า ขั้นของพวกเอ็งเลยมาตั้งนานแล้ว หลังจากชั่งใจชั่วครู่ ก็ตัดสินใจเป็นคนดีที่จะช่วยเด็กน้อยผู้หลงทาง จึงหันไปบอกน้อง2คนว่า "ขั้นของน้องอยู่ข้างบนนะ เลยมาไกลมากแล้ว" พร้อมชี้นิ้วย้อนขึ้นไป

ทว่า.....สิ้นที่ไม่คาดคิดจะตอบกลับมา...น้องชุดม.ปลายพูดกลับมาด้วยสีหน้าซีเรียสแต่น้ำเสียงราบเรียบว่า......

"สิ่งที่คุณคิด อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณเห็นก็ได้!"

..............บอกเลย เงิบบบ สตั้น!  =[]=
น้อง 2 คนนั้น ก็ยังคงจับมือยืนอยู่ข้างๆทางเดิน ติดกับเรา (เหมือนไม่มีที่จะนั่ง) ไม่ยอมไปไหน ยืนค้ำหัวอยู่ว่างั้น
ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก อึ้งและจุกจริงๆ ...นั่งไปอีกสักประเดี๋ยวก็มีเสียงผู้ชาย(ที่ประกาศคนเดิมในตอนต้น) สั่งว่า "ยืนขึ้น"

เราก็ค่อยๆยืน....หลังจากนั้นก็...
.
.
.
.
ตื่น!

..........................

เป็นความฝันที่แปลก ประหลาดมาก
แปลก...ที่ไม่ใช่ความฝันที่เป็นการผจญภัย โลดโผน หรือเป็นแบบที่ความฝันควรจะเป็น
แปลก...ที่ไม่ใช่ภาพวูบวาบ วาร์ปไปมา แต่เป็นภาพต่อเนื่อง
ที่แปลกที่สุดคือ เป็นความฝันที่แจ่มชัดแม้ในยามนี้

เรามาย้อนคิดถึงเรื่องนี้ มันเหมือนกำลังจะสอนอะไรหลายๆอย่าง มันทำให้เราย้อนมาคิดถึงตัวเอง
"เออ...นั่นมันตรูจริงๆแหละ"
.
.
.
แล้วคุณล่ะ....ช่วงชีวิตของคุณอยู่ตรงไหน?

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

The Time Keeper บุรุษผู้นับเวลา : หนังสือที่จะทำให้คุณรู้จักคุณค่าแท้จริงของเวลา

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2556 (ดูจากที่บันทึกไว้หน้าปกหนังสือ)
เราเดินผ่านร้านหนังสือ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเลี้ยวเข้าไปส่อง ไม่ได้มีความตั้งใจจะซื้อเลย เพราะมีหนังสือรอให้อ่านค้างอยู่เยอะมากจากงานหนังสือคราวก่อน ขณะดูก็ยังคิดอยู่ว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ชื่อหนังสือถึงได้ยาวเป็นประโยคๆ ไม่ได้จูงใจให้อยากอ่านเลยสักนิดเดียว เช่น เล่นหุ้น ไม่ยากอย่างที่คิด (นึกชื่อหนังสืออื่นไม่ออกอ่ะ แต่มียาวกว่านี้อีก)...หนังสือบางเล่มแค่อ่านชื่อก็เหนื่อยล่ะ ยาวขี้เกียจอ่าน 55555

...จนกระทั่งไปสะดุดกับชื่อหนังสือเล่มหนึ่ง "บุรุษผู้นับเวลา The Time Keeper"  ของ Mitch Albom ที่เคยมีหนังสือเป็นเบสเซลเลอร์มาหลายเล่ม ก็ตัดสินใจซื้อทันที แหม่ แค่ชื่อหนังสือก็โดนแล้ว!

ในวันนี้ผ่านไปเดือนกว่าๆ เราเพิ่งได้อ่าน(แซงคิวเล่มอื่น) และอ่านจบอย่างรวดเร็ว เป็นหนังสือที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับเวลาที่ดีมากเรื่องหนึ่ง มีหลายประโยคเลยที่ซาบซึ้ง กินใจ จนต้องหยุดคิดตาม ผู้เขียนนำ ตำนาน เรื่องเล่า และบิดาแห่งเวลา มาเกี่ยวโยงเล่าเรื่องได้ ไม่รู้จะอธิบายยังไงแฮะ (ไปอ่านเอง) รู้แต่ตอนนี้ หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดไปซะแล้ว

แต่...ถ้าให้ว่ากันตามตรง ในความเห็นทั่วๆไป คือ เกริ่นเรื่อง ปูเรื่องเยอะไป กว่าจะเห็นผลจริงก็ใกล้จบเรื่องแล้ว เป็นการบอกเล่าเรื่องราวไปเรื่อยๆตามลำดับเวลา จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทำให้ดูน่าเบื่อในช่วงต้นๆเรื่อง

แต่... หากให้มองในมุมเรา ที่เป็นคนอ่านแบบเอาแก่นเรื่อง เอาสิ่งที่ผู้เขียนกำลังจะสื่อ จะรู้สึกว่า มันคุ้มค่าดีจริงๆ เป็นอีกหนึ่งเล่มที่อยากแนะนำ


วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เอกสารปลอม VS. เอกสารเท็จ

เอกสารปลอม VS. เอกสารเท็จ
          หลายครั้งที่พบหลายๆท่านใช้คำสับสนระหว่างคำว่า เอกสารปลอมกับเอกสารเท็จ และเข้าใจอย่างผิดๆว่า ต่างก็มีความหมายเฉกเดียวกัน หากแต่ ตามหลักกฎหมายแล้ว ทั้งสองคำนี้ มีความหมายที่แตกต่างกัน แล้วใช้เรียกในกรณีที่ต่างกันด้วย ดังนั้น หากเราใช้ผิดคำขึ้นมาแล้วล่ะก็... ความหมายเปลี่ยน งานเข้าเลยทีเดียว
            ซึ่งเราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคย ผิดพลาดกับการใช้คำผิดๆ (ก็เจ้าสองคำนี้นี่แหละ) ถึงขั้นเจ็บแค้น +จำซึมลึก ในอุราและในสมองเลยทีเดียว 555 เมื่อผิดพลาด จึงต้องนำมาเผยแผ่ให้คนอื่นๆเข้าใจด้วยเช่นกัน จะได้ทำความเข้าใจ และนำไปแก้ไขไม่ให้ผิด (ซ้ำๆซากๆ) อย่างเราอีก